การปฏิบัติงานประปาพื้นฐาน

 

การต่อท่อ

การต่อประกอบท่อ เพื่อจ่ายน้ำ ระบายน้ำ ระบายอากาศ หรือต่อเข้าเครื่องสุขภัณฑ์ โดยวัสดุ

ท่อชนิดต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งต้องคำนึงถึงความคงทนถาวร ประหยัด และเป็นผลดีต่อระบบท่อ งานต่อท่อประกอบด้วย การวัดระยะท่อ การตัด การทำเกลียว และการต่อโดยไม่มีการรั่วไหล ระบบท่อที่ดีต้องมีการต่อน้อย มีระยะสั้นที่สุดเพื่อลดแรงต้านทานการไหล และประหยัดอุปกรณ์และค่าใช้จ่าย

หลักการต่อท่อ

•  สำรวจทางเดินท่อและเขียนบันทึกไว้อย่างละเอียด

•  พยายามใช้ท่อให้สั้นที่สุด และสะดวกในการใช้มากที่สุด

•  หลีกเลี่ยงการใช้ข้องอและสามทาง เนื่องจากทำให้แรงดันน้ำลดลง

•  การขันเกลียวข้อต่อต่าง ๆ ไม่ควรขันแน่นเกินควร

•  การต่อท่อพีวีซี ควรเช็ดทำความสะอาดและทิ้งไว้ให้แห้ง ก่อนทาน้ำยาประสาน

•  เลือกใช้ท่อให้เหมาะสมกับสภาพบริเวณ เช่น เปียกชื้น เดินฝังดินควรใช้ท่อพีวีซี

•  หากท่อเมนประปาอยู่ไกล ควรใช้ท่อลดขนาด

การกำหนดขนาดความยาวของท่อ

การกำหนดขนาดความยาวของท่อที่นิยมทำกันมี 3 วิธี คือ

•  กำหนดจากปลายท่อถึงปลายท่อไม่รวมข้อต่อ จึงทำให้ระยะท่อสั้นกว่าแบบที่กำหนดจากศูนย์กลางไปถึงศูนย์กลาง

•  กำหนดจากปลายท่อถึงศูนย์กลางท่อ เป็นการกำหนดจากปลายท่อด้านหนึ่งถึง ศูนย์กลางข้อต่ออีกด้านหนึ่ง

•  กำหนดจากศูนย์กลางถึงศูนย์กลางข้อต่อ งานเขียนแบบระบบท่อส่วนมากจะใช้ระบบนี้การตัดท่อเพื่อประกอบกับอุปกรณ์เป็นระบบได้นั้นจะตัดให้มีความยาวตามแบบไม่ได้ จะต้องตัดให้สั้นกว่าโดยลบความยาวออกด้วยระยะเผื่อบนข้อต่อที่เป็นช่องว่าง ถัดจากเกลียวถึงศูนย์กลางข้อต่อ หากใช้เกลียวต่อต้องทำเกลียวให้ได้มาตรฐาน เชื่อมด้านความยาว เมื่อขันประกอบควรเหลือเกลียวไว้ 1-2 เกลียว ก็จะได้ระยะพอดี

 

การใช้ประแจจับท่อโลหะ

การใช้ประแจจับท่อได้อย่างถูกต้องในงานท่อประปา ย่อมทำให้การทำงานสำเร็จลงด้วยความเรียบร้อย ท่อประปาและเครื่องมือเครื่องใช้ไม่ชำรุดหรือเสียหาย การใช้ประแจจับท่อมีลำดับขั้นตอนดังนี้

•  ปรับปากประแจจับท่อ จับเข้ากับท่อ ให้ปากด้านในจับท่อได้อย่างมั่นคงโดยใช้มือซ้าย (สำหรับผู้ที่ถนัดมือขวา)กดที่บนหัวประแจ

•  กดด้ามประแจด้วยมือขวา ให้ฟันปากประแจกัดแน่นกับท่อ หมุนประแจไปประมาณ 1/2 รอบ หมุนด้ามประแจกลับขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งเริ่มต้น แล้วจึงกดลงอีกครั้งทำเช่นนี้จนกว่าท่อจะถูกขันแน่น ขณะขันท่อควรปรับปากประแจบ่อย ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าปากประแจยังจับกับท่อแน่นอยู่ถ้าไม่แน่นต้องปรับประแจใหม่

 

การต่อท่อพลาสติก

การต่อท่อพลาสติกอาจต่อได้หลายวิธีที่นิยมคือ วิธีหลอมละลาย วิธีต่อข้อท่อแบบเสียบหรือแบบขันเกลียว และวิธีบานปลายท่อ

•  วิธีต่อแบบหลอมละลายรอยต่อ เป็นวิธีที่ใช้น้ำยาละลายผิวท่อที่ต่อ เพื่อให้ท่อประสานติดเป็นเนื้อเดียวกันการใช้น้ำยาต้องใช้ให้ถูกต้องกับชนิดของพลาสติกใช้ทำท่อ เพื่อให้รอยต่อมีความแข็งแรงมั่นคงมีขั้นตอนการต่อ ดังนี้

•  ตัดท่อให้ได้ขนาดความยาวตามต้องการขจัดรอยเยินบริเวณปลายท่อที่ตัดให้ เรียบร้อย

•  ทำความสะอาดปลายท่อที่จะต่อ ทดลองสวมดูเพื่อตรวจสอบความแน่น

•  ทาน้ำยาละลายผิดท่อให้ทั่วปลายด้านนอกที่จะสวม และด้านในข้อต่อให้เท่ากับ ความลึกที่จะใส่ไม่ควรทาน้ำยามากเกินไปเพราะอาจแข็งตัวขัดขวางการไหลของน้ำ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 - 15 วินาที

•  ประกอบท่อเข้ากับข้อต่อท่อโดยดันเข้าไปให้สุด กดไว้ประมาณ 10 วินาที หากปล่อยมือเร็วไปท่ออาจถอยตัวออกจากข้อต่อท่อ

•  ตรวจสอบบริเวณรอยต่อว่าแน่นหรือไป ปรับแนวท่อให้เรียบร้อยตรงตามแบบ ที่ต้องการเช็ดน้ำยาส่วนเกินให้หมด

•  วิธีต่อข้อต่อแบบเสียบ เป็นวิธีง่าย ๆ มีขั้นตอนดังนี้

•  ตัดท่อให้ได้ขนาดและความยาวตามต้องการ ขจัดรอยเยินบริเวณปลายท่อที่ตัดให้ เรียบร้อย

•  สวมเหล็กรัดเข้ากับปลายท่อที่จะต่อ เสียบข้อต่อท่อเข้าไปที่ปลายท่อ ดันเข้าไปให้ ชนบ่ารับที่ข้อต่อท่อเลื่อนเหล็กรัดมาที่รอยต่อ ใช้ไขควงขันสกรูให้เหล็กรัดท่อให้แน่น

•  วิธีบานปลายท่อ การต่อวิธีนี้ต้องใช้เครื่องมือบานปลายท่อ มีขั้นตอนในการต่อ ดังนี้

•  ตัดท่อให้ได้ขนาดและความยาวต้องการ ควรตัดให้ได้ฉาก ขจัดรอยเยินที่ปลายท่อ ที่ตัดให้เรียบร้อย

•  สวมนอตข้อต่อเข้ากับปลายท่อที่จะต่อ

•  ใช้คีมล๊อกจับท่อให้แน่น ใส่เครื่องบานปลายท่อ เข้าไปที่ปลายท่อ หมุนเครื่องบาน ปลายท่อ 5 – 10 รอบ

•  ประกอบท่อ โดยใส่ข้อต่อท่อเข้าในปลายท่อที่บาน ขันเกลียวนอตข้อต่อท่อเข้ากับข้อต่อท่อด้วยมือ จนตึงแล้วจึงใช้ประแจ 2 ตัว ตัวหนึ่งจับนอตข้อต่อท่อ อีกตัวหนึ่งจับข้อต่อท่อขันให้แน่น

 

การซ่อมก๊อกหรือประตูน้ำรั่ว

การรั่วซึมของน้ำที่ก๊อกประปาหรือประตูน้ำ มักจะพบบ่อย ๆ เมื่อใช้ก๊อกหรือประตูน้ำไป นาน ๆ สาเหตุมาจากชิ้นส่วนภายในชำรุดหรือหมดสภาพ เช่น รั่วที่รอบแกนเปิด-ปิดน้ำ ลิ้นเปิด-ปิด

น้ำหรือบ่าลิ้นชำรุด

การรั่วรอบแกนเปิด-ปิดน้ำ สาเหตุมาจากด้ายหรือป่านซึ่งพันอยู่รอบ ๆ แกนชำรุดหมดสภาพ อาจแก้ไขง่าย ด้วยการขันนอตครอบแกนเปิด-ปิดน้ำให้แน่น หากไม่หายก็ต้องเปลี่ยนวัสดุที่ใช้อัดรอบแกนใหม่โดยปิดประตูน้ำ คลายนอตครอบแกนเปิด – ปิดน้ำออกจากก๊อกหรือประตูน้ำ พันวัสดุใหม่รอบแกนเปิด-ปิดน้ำ แล้วปิดครอบแกนเปิด-ปิดน้ำขันนอตให้แน่นเหมือนเดิม

ในกรณีที่ลิ้นเปิด-ปิดน้ำ และบ่าลิ้นชำรุดมีขั้นตอนในการเปลี่ยนดังนี้

•  ปิดประตูน้ำ ไม่ให้น้ำไหลเข้า

•  คลายนอตครอบแกนเปิด – ปิดน้ำ เปิดฝาครอบแกนออก

•  คลายเกลียวดึงแกนเปิด - ปิดน้ำออก

•  ดึงลิ้นเปิด - ปิดน้ำออก

•  ตรวจดูบ่าลิ้นว่าสึกหรือชำรุดหรือไม่ หากสึกหรอหรือชำรุดก็ซ่อม หรือเปลี่ยนลิ้น เปิด-ปิดน้ำ ตัวใหม่ที่มีขนาดเดียวกันแทน

•  ใส่เกลียวบังคับลิ้นเปิด-ปิดน้ำ ขันในแน่น ใส่แกนเปิด-ปิดน้ำ และนอตครอบแกนขันเกลียวให้แน่น

•  เปิดประตูน้ำให้น้ำไหลเข้า

 

การซ่อมถังชักโครก

ถังชักโครก เป็นส่วนหนึ่งของระบบประปาเมื่อใช้ไปนาน ๆ มักเกิดปัญหาขัดข้องต่าง ๆ มากมาย เช่น มีน้ำล้นไหลผ่านทางท่อน้ำของถังชักโครกตลอดเวลา สาเหตุมาจากปรับลูกลอยไม่ ถูกต้อง ลูกลอยรั่ว ลิ้นเปิด-ปิดน้ำรั่ว กรณีปรับลูกลอยไม่ถูกต้อง ดัดก้านลูกลอยใหม่ โดยให้ลูก ลอยปิดลิ้นเปิด-ปิดน้ำระดับประมาณ 1 นิ้วจากขอบบนของท่อน้ำลิ้น ให้ลูกลอยทำงานอิสระไม่มี สิ่งกีดขวาง หากลูกลอยรั่วต้องซ่อมโดยบัดกรี ปัจจุบันนิยมเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดเพราะหาง่ายราคาไม่ แพง กรณีลิ้นเปิด-ปิดน้ำรั่วให้ปิดประตูน้ำไม่ให้น้ำไหล ถ้าปล่อยน้ำในถังออกถอดก้านลูกลอยและก้านลิ้นออก ถอดลูกสูบลิ้นถังเปิด-ปิดน้ำออกทำความสะอาดหรือซ่อม หากลูกยางก้นถังชำรุดหรือ ปิดลิ้นก้นถังไม่สนิท น้ำออกจากถังรั่วเข้าสู่อ่างชักโครก ให้ถอดลกยางออกจากลวดตัวล่าง เปลี่ยนลูกยางใหม่หรือทำความสะอาด