ขอบข่ายของโครงงาน

ขอบข่ายของโครงงาน ดำเนินงานโดยนักเรียนและผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ และครู - อาจารย์เป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษา สรุปได้ดังนี้ คือ

•  เป็นกิจกรรมการศึกษาที่ให้นักเรียนศึกษา ค้นคว้า ปฏิบัติด้วยตนเอง โดยอาศัยหลัก วิชาการทางทฤษฎีตามเนื้อหาโครงงานนั้นๆ หรือจากประสบการณ์ และกิจกรรมต่างๆ ที่ได้พบเห็นมาแล้ว

•  นักเรียนทุกคนพิจารณาจัดทำโครงงานด้วยตนเอง หรือเป็นกลุ่ม จำนวน 2-3 คนต่อ กลุ่ม โดยใช้เวลาสั้นๆ เป็นภาคเรียน หรือมากกว่าก็ได้

•  นักเรียนเป็นผู้พิจารณาริเริ่มสร้างสรรค์ คัดเลือกโครงงานที่จะศึกษาค้นคว้าปฏิบัติ ด้วยตนเอง ตามความถนัด สนใจและความพร้อม

•  นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงาน รายละเอียดของโครงงาน แผนปฏิบัติงาน และการแปลผล รายงานผลต่อครู – อาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อดำเนินงานร่วมกันให้บรรลุตามจุดหมายที่กำหนดไว้

•  เป็นโครงงานที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถของนักเรียนตามวัยและสติปัญญารวมทั้งการใช้จ่ายเงินดำเนินงานด้วย

 

ประเภทของโครงงาน

       จากขอบข่ายของโครงงานดังกล่าวแล้วจะเห็นได้ว่านักเรียนเป็นผู้ดำเนินงานโดยคำแนะนำปรึกษาของครู - อาจารย์ที่สนับสนุนให้นัดเรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ทั้งด้านการเสนอโครงงานรายละเอียดและขั้นตอนการปฏิบัติ ตลอดจนถึงจัดทำแผนปฏิบัติงาน การแปลผลและรายงานผลตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ ทำให้สามารถแบ่งแยกประเภทของโครงงานได้ดังนี้ คือ

•  ประเภทพัฒนาผลงาน

•  ประเภทศึกษา ค้นคว้า ทดลอง

•  ประเภทสร้างสิ่งประดิษฐ์

•  ประเภทสำรวจข้อมูล

•  ประเภทพัฒนาผลงาน

      โครงงานประเภทนี้ เป็นโครงงานที่เกิดจากการศึกษาเนื้อหาทางวิชาการ หรือ หลักทฤษฎีเกี่ยวกับวิชาการงานและอาชีพหรือวิสามัญต่างๆ แล้วนำมาปรับปรุงและพัฒนาให้สอดคล้องกับแนวทางทฤษฎีดังกล่าว ส่งผลให้มีผลงานเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อนักเรียนได้ศึกษาทางทฤษฎีเกี่ยวกับ พลังงานแสงอาทิตย์ นักเรียนอาจทำโครงงานสร้างเครื่องอบกล้วยด้วยแสงแดด ตู้อบเนื้อสัตว์ หรือเครื่องทำน้ำร้อน เป็นต้นพืชสมุนไพร นักเรียนอาจทำโครงงานการใช้ยาปราบศัตรูพืชด้วยพืชสมุนไพร กำจัดเพลี้ย หนอน แมลงปีกแข็ง เป็นต้น การถนอมอาหาร นักเรียนอาจทำโครงงาน การแปรรูปผลผลิต การทำผักกาดดองสามสร การทำไส้กรอก การดองผลไม้ เป็นต้นการเลี้ยงปลา นักเรียนอาจทำโครงงาน การเลี้ยงปลาสวยงาม การเปลี่ยนสีปลาออสก้า เป็นต้น

 

•  ประเภทศึกษาค้นคว้าทดลอง

โครงงานประเภทนี้ เป็นโครงงานที่เกิดกับการศึกษาหลักการต่างๆ ทางวิชาการแล้วนำมาทดลอดค้นคว้าเพื่อยืนยันทฤษฎีหรือหลักการ หรือต้องการทราบแนวทางเพิ่มคุณค่าและการใช้ประโยชน์ให้มากยิ่งขึ้น เช่น

•  การศึกษาสูตรอาหารไก่ตอน

•  การทดลองปลูกพืชในน้ำยาหรือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน

•  การควบคุมการเจริญเติบโตของไม้ประดับประเภทเถา

•  การใช้ฮอร์โมนกับกิ่งกุหลาบ

•  การศึกษาขนมอบชนิดต่างๆ

•  การศึกษาสูตรเครื่องดื่มที่ผลิตจากผลไม้

 

•  ประเภทสร้างสิ่งประดิษฐ์

โครงงานชนิดนี้เป็นโครงงานสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ขึ้นมาจากที่ได้ศึกษาทฤษฎีหรือพบเห็นผลงานของผู้อื่นแล้ว เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่จะพัฒนาต่อไป จึงประดิษฐ์คิดค้นให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น เช่น

•  การควบคุมการให้น้ำในแปลงปลูกผัก

•  การประดิษฐ์หัวฉีดพ่นน้ำในแปลงปลูกผัก

•  การประดิษฐ์ของชำร่วย

•  การประดิษฐ์เครื่องรับวิทยุ

•  การประดิษฐ์เครื่องเสียง

•  การออกแบบเสื้อผ้า

 

•  ประเภทสำรวจข้อมูล

โครงงานประเภทนี้ เป็นโครงงานการศึกษาสำรวจข้อมูลสำหรับดำเนินงานพัฒนาปรับปรุงเพิ่มเติมผลงานและส่งเสริมผลผลิตให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ข้อมูลดังกล่าว อาจมีผู้จัดทำขึ้น แต่มีการแปรเปลี่ยนไปแล้ว ต้องทำการสำรวจจัดทำขึ้นใหม่ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เช่น

•  การสำรวจแหล่งวิชาการและสถานประกอบการในท้องถิ่น

•  การสำรวจงานบริการในท้องถิ่น