ความปลอดภัยในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า

     เพื่อความปลอดภัยในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นอย่างยิ่งต้องศึกษาถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในขณะปฏิบัติงาน ซึ่งโดยทั่วไปอันตรายในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้าสามารถแบ่งออกเป็น 

  2 ประเภทคือ 
        อันตรายที่เกิดจากธรรมชาติ(Inherent  Hazards)และอันตรายที่เกิดจากภายในงานเชื่อม(Latent  Hazards)

        1.อันตรายที่เกิดจากธรรมชาติ(Inherent  Hazards)

     อันตรายที่เกิดจากธรรมชาติของการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้าผู้ปฏิบัติงานเชื่อมจะต้องศึกษาให้เข้าใจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อตนเองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้
        3.1.1 อันตรายที่เกิดอาการช๊อกจากกระแสไฟฟ้า(ELECTRIC SHOCK)
     อาการช๊อกที่เกิดจากสายดินหรือการสัมผัสกับกระแสไฟฟ้า อันเนื่องมา จากความชื้นของถุงมือ,เสื้อ,พื้นหรือความเปียกชื้นทั่ว ๆ  ไปจะต้องคอยระมัดระวังถ้าเกิดอาการ            ช๊อกจะช่วยตัวเองไม่ได้จะมีการกระตุก ถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิต  เพราะฉะนั้นไม่ควรจะเข้าไปจับสัมผัส หรือเข้าไปต่อในวงจรของกระแสซึ่งจะมีผลเช่นเดียวกันกับผู้ถูกกระแสไฟช๊อก คือมี
อันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน  ดังแสดงในรูปที่  10 

รูปที่  10  แสดงถึงอาการช๊อกจากกระแสไฟฟ้า
ที่มา  : ยุคล   จุลอุภัย . 2539  หน้า  47

       3.1.2  อันตรายที่เกิดจากการถูกเผาไหม้(BURNS)
     อันตรายจากการเผาไหม้ จะมีสาเหตุจากคามผิดพลาดของผู้ปฏิบัติงานโดยตรงอาจจะมาจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ หรืออุปกรณ์ปกป้องตัวอื่น เช่น หน้ากาก, ถุงมือ เสื้อเอี้ยมหนัง ส่วนใหญ่แล้วการถูกเผาไหม้  จะมาจากความร้อนของรังสี ที่เกิดจากเปลวอาร์ก ขณะทำการเชื่อมหรือสัมผัสกับชิ้นงานเชื่อมซึ่งมีความร้อนสูง  ทำให้เกิดการบาดเจ็บขึ้นได้
       3.1.3  อันตรายที่เกิดจากพลังงานรังสี(RADIANT  ENERGY)
     การปฏิบัติงานเชื่อม  จะเกิดพลังงานรังสีขึ้น 4 ระดับ รังสีที่มองเห็น(Visible  Light  Rays)  สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ามีความถี่อยู่ในช่วง 400-750u  เมื่อถูกรังสีช่วงนี้จะทำให้ตามัวและมืดไปพักหนึ่ง อันเนื่องจากช่างเชื่อมปิดหน้ากากไม่ทัน หรือไม่มีเลนซ์ป้องกันที่เหมาะสมหรือไปอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณที่ทำการเชื่อมอาร์ก   ทำให้ประสาทตาระคายเคืองและอาจทำให้ตาบอดได้ ในการเชื่อมด้วยรังสีเลเซอร์ ก็จะทำให้เกิดตาบอดได้ถ้า ลำแสงเลเซอร์ไปกระทบตาเข้าไม่ว่าจะกินเวลาเล็กน้อยก็ตาม   ดังนั้นในการปฏิบัติการเชื่อมด้วยรังสีเลเซอร์จะต้องวางมาตรการการป้องกันอย่างดีและมีอุปกรณ์ป้องกันที่ถูกต้องเหมาะสม  ดังแสดงในรูปที่  11

รูปที่  11  แสดงถึงอันตรายที่เกิดจากพลังงานรังสี
ที่มา  : ยุคล   จุลอุภัย . 2539  หน้า  48

       3.1.3.1  รังสีอินฟราเรด  (INFRARED  RAYS)  รังสีระดับนี้มีความถี่คลื่นสูงกว่า750 uขึ้นไปประสาทตาไม่สามารถจะมองเห็นได้รังสีตัวนี้ให้ความร้อนสูงและจะทำอันตรายต่อผิวหนังได้
       3.1.3.2  รังสีอัลตร้าไวโอเลต  (ULTRAVIOLET  RAYS)  การเชื่อมอาร์ก    
      ซึ่งจะเกิดรังสีประเภทนี้ขึ้นจะทำอันตรายต่อผิวหนังและตาที่ไม่มีสิ่งป้องกันจะทำให้ผิวหนัง
ถูกเผาไหม้และเกิดระคายเคืองในเบ้าตาคล้ายกับมีเม็ดทรายเข้าไปอยู่ในตารังสีอัลตร้าไวโอเลต ยังมีส่วนทำให้บริเวณที่มีการเชื่อมเปลี่ยนแปลงทางเคมีของโอโซนบรรยากาศของออกซิเจน  เปลี่ยนแปลงอ๊อกไซด์ของไนโตรเจนในบรรยากาศไนโตรเจน 
       3.1.3.3  รังสีเอ็กซ์เรย์  (X-RAYS)   จะเกิดจากการเชื่อมด้วยระบบ
      อีเล็คตรอนบีม(Electron   Beam   Welding :  EBW)เพื่อป้องกันรังสีเอกซ์เรย์รั่วซึม จะต้องทำแผ่นป้องกันรังสีในห้องเชื่อมเป็นอย่างดี ผู้ปฏิบัติการจะต้องได้รับรังสีเอ๊กซ์เรย์ไม่เกิน5,000milli-rems ต่อปีหรือ100 milli-rems ต่อสัปดาห์ และในการรับรังสีเอกซ์เรย์ในอุตสาหกรรมจะต้องอยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 1/10 ครั้งของระดับปฏิบัติการอาชีพ

             1.อันตรายที่เกิดจากเสียง (NOISE) ในการเชื่อมด้วยระบบพลาสม่า(Plasma  Arc)ความเร็วและอุณหภูมิที่เกิดขึ้นของพลาสม่าเจ็ทวิ่งผ่านหัวฉีด         จะมีระดับความถี่เสียงสูงมากเพราะฉะนั้นถ้าทำงานกับระบบนี้ แล้วควรจะมีอุปกรณ์ป้องกันเสียงมิฉะนั้นจะเกิดอันตรายต่อประสาทหูได้ในทำนองเดียวกัน การเชื่อมวาย (Flash Welding)       ก็จะเกิดความถี่เสียงสูงมาก ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อประสาทหูได้

             2.อันตรายที่แฝงอยู่ในระบบการเชื่อม(LATENT HAZARD)อันตรายที่แฝงอยู่ในระบบนี้ก็คือ ควัน,ฝุ่นและแก๊สพิษที่เกิดจากปฏิบัติ
       การเชื่อมพื้นฐานของกลุ่มควันและแก๊สเหล่านี้ ซึ่งจะเกิดผลกระทบจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้
        3.2.1  ควันและฝุ่นเชื่อม (WELDING FUMES&WELDING DUSTS )
      ควันและฝุ่นเชื่อมเป็นส่วนที่มีขนาดเล็ก ในระดับจุลภาคที่ติดเข้าไปกับลมหายใจ และสะสมอยู่ในช่องว่างของปอดจนกระทั่งปอดอักเสบ จนถึงขั้นเป็นมะเร็งในปอด      อาการไข้ที่เกิดจากควันของโลหะเป็นอันตรายสูงสุดอันหนึ่งในงานเชื่อม ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนรูปฟอร์มอ๊อกไซด์ของโลหะประเภทต่าง ๆเช่น สังกะสีออกไซด์สำหรับเคลือบผิวโลหะ สารแคลเซี่ยมฟลูออไรด์   (CaF2)ที่ละเอียดอ่อน ซึ่งเกิดจากสารพอกหุ้มแกนลวดเชื่อมที่เป็นด่าง(Basic Coated Lime-Fluoride or Low-Hydrogen)ไม่สะลายตัวในสภาวะปกติ  มีความละเอียดอ่อน  แต่มีปฏิกิริยาสูงเมื่อผสมกับบรรยากาศที่มีความชื้น จะทำให้เกิดกรดไฮโดรฟลูออริค(HF)สูงมาก หากเข้าสู่ระบบการหายใจและสะลายในร่างกายมีปริมาณที่พอเหมาะจะเกิดอาการเจ็บป่วยได้เร็วมาก
         3.2.2 แก๊ส  (GASES) แก๊สอาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างการปฏิบัติงานเชื่อม โดยทั่ว ๆ ไปจะเกิดแก๊สคาร์บอนมอนออกไซด์ , โอโซนและอ๊อกไซด์ของไนโตรเจน  ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตราย  ดังนี้
    3.2.2.1 ก่อให้เกิดการอักเสบที่ปอด(Inflammation of the Lung)
    3.2.2.2 น้ำท่วมปอด(Pulmonary Edema)ปอดบวมและมีน้ำสะสม
    3.2.2.3 สูญเสียการยืดหยุ่นของปอด(Emphysema)
    3.2.2.4 หลอดลมอักเสบเรื้อรัง(Chromic Bronchitis)

          3.3   ข้อปฏิบัติในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า
     เพื่อความปลอดภัยในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานเชื่อม ควรปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
    3.3.1  ตรวจสอบสอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์การเชื่อมโลหะให้มีความสมบูรณ์ใน การใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบไฟฟ้า
    3.3.2  ปิดเครื่องเชื่อมทุกครั้งหลังจากหยุดการเชื่อมและเคลื่อนย้ายเครื่องเชื่อม
    3.3.3  สวมหน้ากากและเลือกกระจกแสงให้ถูกต้องทุกครั้งในการเชื่อม
    3.3.4  สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะงาน
    3.3.5  ผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงไม่ควรมองแสงอาร์กด้วยตาเปล่า
    3.3.6  บริเวณงานเชื่อมควรมีฉากป้องกันแสงอาร์ก เพื่อมิให้รบกวนบุคคลอื่น
    3.3.7  บริเวณทำงานเชื่อมไม่ควรเปียกชื้นเพราะจะทำให้ไฟฟ้าดูด ผู้ปฏิบัติงาน และบุคคลอื่นได้
    3.3.8  บริเวณทำงานเชื่อมจะต้องปราศจากสารไวไฟชนิดต่าง ๆ
    3.3.9  เครื่องเชื่อมไฟฟ้าควรจัดตั้งในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

รูปที่  12  อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

รูปที่  13  แสดงระบบการระบายอากาศในห้องเชื่อม

รูปที่  14 บริเวณเชื่อมมีอากาศถ่ายเทสะดวก

                                 

                        ควรรักษาบริเวณเชื่อมให้สะอาดเป็นระเบียบ                                พื้นที่เชื่อมเปียกน้ำต้องมีแผ่นรอง                 

                                                                       

                                                                  สายเชื่อมต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน                             เชื่อมในที่อับต้องมีเครื่องดูดอากาศ

รูปที่ 15 รูปแสดงเกี่ยวกับความปลอดภัยในงานเชื่อมไฟฟ้า
ที่มา : สุชาติ  กิจพิทักษ์.2541หน้า 161

 

 

 

  


บทเรียนออนไลน์       วิชา     งานเชื่อมและโลหะแผ่นเบื้องต้น       โดย  นายสุประดิษฐ วังพฤกษ์            กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี